ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านศาสนาและประเพณี ความเชื่อ
นางแก้วดี พรมะณี หมู่ 13 บ้านป่ากล้วย ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
การทำเครื่องพิธีสืบชะตา อ่านว่า “พิธีสืบจ๊ะต๋า”
พิธีสืบชะตา เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของชาวล้านนา ที่เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุหรือ ต่อชีวิตของบ้านเมืองหรือของคนให้ยืนยาว มีความสุข ความเจริญ ตลอดจนเป็นการขจัดภัยอันตรายต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย
แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
- สืบชะตาคน นิยมทำเมื่อขึ้นบ้านใหม่ ย้ายที่อยู่ใหม่ ได้รับยศหรือตำแหน่งสูงขึ้น วันเกิดที่ครบรอบ เช่น 24 ปี 36 ปี 48 ปี 60 ปี 72 ปี เป็นต้น หรือฟื้นจากป่วยหนัก หรือมีผู้ทักทายว่าชะตาไม่ดี จำเป็นต้องสะเดาะเคราะห์และสืบชะตา เป็นต้น
- สืบชะตาบ้าน นิยมทำเมื่อคนในหมู่บ้านประสบความเดือดร้อน หรือเจ็บไข้ได้ป่วยกันทั่วไปในหมู่บ้าน หรือตายติดต่อกันเกิน 3 คนขึ้นไป ถือเป็นเสนียดของหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านอาจพร้อมใจกันจัดในวันปากปี ปากเดือน หรือปากวัน คือวันที่หนึ่ง สอง หรือสามวันหลังวันเถลิงศก เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล บางท้องถิ่นมีการทำพิธีในวัดประจำหมู่บ้าน
- สืบชะตาเมือง จัดขึ้นเมื่อบ้านเมืองเกิดความเดือดร้อนจากอิทธิพลของดาวพระเคราะห์ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ เพราะทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย เพราะการจลาจลการศึก หรือเกิดโรคภัยแก่ประชาชน ในเมือง เจ้านายท้าวพระยาบ้านเมืองจึงจัดพิธีสืบชะตาเมือง เพื่อให้อายุของเมืองได้ดำเนินต่อเนื่องสืบไป

เครื่องพิธีสืบชะตา
พิธีสืบชะตานั้นมีอุปกรณ์ในการทำพิธีหลายอย่างด้วยกันคือ
- กระบอกน้ำ 108 หรือ บางครั้งเท่าอายุ
- กระบอกทราย 108 หรือ เท่ากับอายุ
- บันไดชะตา 1 อัน
- ลวดเงิน 4 เส้น
- ลวดทอง 4 เส้น
- หมากพลูผูกติดเส้นด้ายในลวดเงินลวดทอง 108
- ไม้ค้ำ 1 อัน
- ขัวไข่ (สะพานข้ามน้ำขนาดยาว 1 วา) 1 อัน
- ช่อ (ธงเล็ก) 108
- ฝ้ายค่าคิง จุน้ำมัน (ด้ายยาวเท่ากับตัวผู้สืบชะตา) 1 สาย
- กล้วยมะพร้าว 1 ต้น
- กล้วยดิบ 1 เครือ
- เสื่อ 1 ผืน
- หมอน 1 ใบ
- หม้อใหม่ 2 ใบ (หม้อเงิน หม้อทอง)
- มะพร้าว 1 คะแนง (ทะลาย)
- ธงค่าคิง (ธงยาวเท่าตัว) 1 ผืน
- เทียนเล่มบาท 1 เล่ม
- ด้ายสายสิญจน์ล้อมรอบผู้สืบชะตา 1 กลุ่ม
- บาตรน้ำมนต์ 1 ลูก

การทำเครื่องสะตวงขึ้นท้าวทั้งสี่ (ต้าวตังสี่)
ท้าวทั้ง ๔ คือ ท้าวจตุโลกบาล ผู้รักษาทิศทั้ง ๔ ตามตำนานทางศาสนา ท้าวจตุโลกบาล เป็นเทพในกามาวจรภูมิเป็นสวรรค์ชั้นแรกใน ๖ ชั้น คือ จตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมานรดีปรนิมมิตวสวัตตี ตามแนวความเชื่อทางพระพุทธศาสนา สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา ตั้งอยู่บนเขายุคันธร สูงจากพื้นผิวโลก ๔๖,๐๐๐ โยชน์สวรรค์ชั้นนี้นับเป็นสถานที่พิเศษกว่ามนุษยโลกในด้านความเป็นอยู่ และความสุข กามาวจรเทพชั้นนี้เรียกรวมกันว่า “จตุมหาราชิกเทวดา” ในสวรรค์ชั้นนี้แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ซึ่งมีมหาราชทั้ง ๔ องค์ครองอยู่แบ่งเป็นส่วน ๆ ไป คือ ท้าวธตรฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักข์ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวเวสสุวรรณเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าท้าวกุเวร หรือในไตรภูมิพระร่วงเรียกท้าวไพศรพณ์ ในสวรรค์ชั้นนี้มีพระอินทร์เป็นราชาธิบดี คือเป็น ผู้ปกครองท้าวจตุมหาราชิกาด้วย

การทำสะตวงนั้น นิยมเอากาบกล้วยมาหักพับ เสียบด้วยไม้ไผ่ ซึ่งจักตอกให้คงรูปเป็นสี่เหลี่ยมแล้ว เอากระดาษรองเข้าในสะตวง เพื่อใช้เป็นที่วางเครื่องเซ่น การเตรียมเครื่องเซ่นไว้ ๖ ชุด ก็เพราะ คนโบราณต้องการสังเวยเทพทั้ง ๖ องค์ ประกอบด้วย
๑. พระอินทร์ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าท้าวจตุโลกบาล
๒. ท้าวธตรฐ รักษาทิศตะวันออก
๓. ท้าววิรุฬหก รักษาทิศใต้
๔. ท้าววิรูปักข์ รักษาทิศตะวันตก
๕. ท้าวเวสสุวรรณ รักษาทิศเหนือ
๖. นางธรณีเทวธิดา ผู้รักษาแผ่นดิน
การสังเวยจึงต้องมีสะตวง ๖ อัน ของพระอินทร์ตั้งตรงกลาง อยู่สูงกว่าสะตวงอื่น ๆ ของนาง เทพธิดาธรณีวางไว้ล่างใกล้กับแผ่นดิน ส่วนท้าวจตุโลกบาลตั้งตามทิศของท้าวจตุโลกบาลแต่ละองค์ เวลาทำการสังเวย หากจะมีงานในตอนเช้า นิยมสังเวยตอนเย็นก่อนวันหนึ่ง หากจะทำพิธีตอนกลางวัน นิยมสังเวยในตอนเช้า ความมุ่งหมายก็คือต้องการให้เทพทั้ง ๖ มาทำการรักษางานพิธีผู้ที่เป็น เจ้าของงานจะทำการจุดเทียนจุดธูปบน สะตวงแล้ววางไว้