ท่าวังตาลน่าอยู่ มุ่งเน้นธรรมาภิบาล บริการอย่างมีคุณภาพ *** อุบัติเหตุ - ฉุกเฉิน  091 009 9977 (งานการแพทย์ฉุกเฉิน) / 094 216 1515 ,053-141775 (งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) /ร้องเรียนทั่วไป 053-140981-2 ต่อ 100 / ผุ้ป่วยฉุกเฉิน - กู้ชีพ (นครพิงค์) 1669 / ตำรวจ - ฉุกเฉิน 191 / ดับเพลิง -กู้ภัย 199 ***

เทศบาลตำบลท่าวังตาล
เลขที่ 149/1 หมู่ 2 ตำบลท่าวังตาล
อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
วันเวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ 08.30 - 16.30 น. 
โทรศัพท์ : 053 140 981 - 2
อีเมล์กลาง : Saraban-thawangtan@lgo.mail.go.th 

President

นางวิมลรัก  ตนซื่อ

นายกเทศมนตรีตำบลท่าวังตาล

President

นายธรรมรัฐ  จารุสวัสดิ์  
ปลัดเทศบาลตำบลท่าวังตาล

สายด่วนนายก 093-130-3409

ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) ประจำปี 2568

ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT)

แบบประเมินความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของเทศบาลตำบลท่าวังตาล

หน้าแรก » ข่าวสารประชาสัมพันธ์ » ประชาสัมพันธ์ นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ประชาสัมพันธ์ นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

arrow 04/10/2566 ::

ประชาสัมพันธ์ นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ประชาสัมพันธ์ นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจก 68.png (1.96 MB)

ประชาสัมพันธ์ จาก กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
          เรื่อง นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

             เทศบาลตำบลท่าวังตาลนำโดยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในองค์กร ได้มีนโยบายที่จะเริ่มบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มจากการจัดกิจกรรมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร กล่าวคือเป็นวิธีการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมขององค์กร และการคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างต่อเนื่องและมีทิศทาง ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนด นโยบายแนวการส่งเสริมกิจกรรม ดังต่อไปนี้

  1. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า
  2. กิจกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด
  3. กิจกรรมการจัดการขยะและของเสีย
  4. ส่งเสริมการสร้างความตะหนักรู้และความเข้าใจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ด้วยการจัดฝึกอบรม การแบ่งปันความรู้ หรือการจัดกิจกรรมรณรงค์ การเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ มีดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
  5. กิจกรรมการเพิ่มพื้นที่การดูดซับก๊าซเรือนกระจก
  6. สนับสนุนกิจกรรมการเกษตรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  7. ขอความร่วมมือกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม
  8. เปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากสภาวะเรือนกระจก  เป้าหมาย ภายใน 5 ปี (2564-2568)
  9. มีกิจกรรมที่สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้อย่างน้อย 100 ตันต่อปี
  10. สมัครเข้าร่วมโครงการ “การส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

แผนงาน/โครงการ 1 :  การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด

          มาตรการในการดำเนินโครงการ :  ดำเนินการต่อเนื่อง

  1.   มาตรการประหยัดด้านไฟฟ้า

          1.1  ระบบแสงสว่าง

          หลอดไฟฟ้า

  1. ปิดหลอดไฟฟ้าในช่วงเวลาพักกลางวัน และขณะไม่ได้ใช้งาน (การเปิดทิ้งไว้กินไฟและทำให้แอร์ไม่เย็น)
  2. ติดตั้งไฟเฉพาะจุดที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการทำงาน แทนการเปิดไฟทั้งห้อง
  3. แยกสวิทช์ไฟฟ้าภายในอาคารออกจากกัน  เพื่อสามารถเลือก เปิด-ปิด ได้เฉพาะจุด
  4. ถอดหลอดไฟฟ้าที่เสียหรือเสื่อมสภาพออกจากขั้ว เนื่องจากกินไฟแต่ไม่ให้แสงสว่าง
  5. ปิดหรือถอดหลอดไฟฟ้าในตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานออกตามความเหมาะสม
  6. ปรับย้ายตำแหน่งโต๊ะทำงานให้สามารถรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่
  7. เปิดหน้าต่าง ผ้าม่าน เพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติขณะด างานตามความเหมาะสม
  8. ติดตั้งชุดตัดไฟด้วยแสงอัตโนมัติสำหรับหลอดไฟที่ใช้งานในเวลากลางคืน

เปิดไฟไว้ทั้งคืน

  1. เลือกหลอดไฟฟ้ากำลังวัตต์ต่ำ เช่น หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ สำหรับบริเวณที่ต้อง
  2. บำรุงรักษาทำความสะอาดและตรวจสอบการท างานของอุปกรณ์แสงสว่างสม่ำเสมอ

ทุก ๆ  3 – 6 เดือน

          1.2  ระบบปรับอากาศ

           เครื่องปรับอากาศ

  1. ให้แต่ละส่วนเปิดเครื่องปรับอากาศในเวลา 10.00 น. และปิด เวลา 16.00 น.
  2. หากสภาพอากาศไม่ร้อนในฤดูฝนและฤดูหนาวให้แต่ละส่วนพิจารณาไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ
  3. งดการใช้งานเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาพักกลางวัน
  4. ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 25  องศาขึ้นไป(ถ้าปรับเป็น 26 -28 องศา  จะประหยัดไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 -20 %
  5. ใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนหรือใช้งานร่วมกับเครื่องปรับอากาศ โดยเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้นจากเดิม  จะยังคงความเย็นแต่สูญเสียกำลังไฟฟ้าน้อยลง
  6. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศภายในเครื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ลด

การใช้ พลังงานไฟฟ้าลงได้ 5 -7 %   และล้างเครื่องทำความเย็นทุก 6  เดือน

  1. หลีกเลี่ยงการใช้งานห้องประชุมปรับอากาศ  ในช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อน
  2. ตรวจสอบรอยรั่วในห้องปรับอากาศ และปิดประตูให้สนิททุกครั้งที่ใช้งาน
  3. ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนภายในห้องปรับอากาศ เช่น กระติกน้ำร้อน เครื่องถ่ายเอกสารฯ

          10.เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง ตำแหน่งติดตั้งสูงไม่เกิน 2 เมตร

  1. ไม่ปลูกต้นไม้หรือตากผ้าเปียกภายในห้องปรับอากาศ เพราะความชื้นจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากขึ้น

          พัดลม

  1. ใช้งานพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ ในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อน
  2. ปิดพัดลมทันที่ในตำแหน่งที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่
  3. เปิดใช้งานพัดลมดูดอากาศเมื่อต้องการอากาศถ่ายเทเท่านั้น และปิดช่องดูดอากาศให้สนิทหากไม่มีการใช้งาน
  4. ไม่เสียบปลั๊กพัดลมที่มีระบบรีโมทคอนโทรลทิ้งไว้  เพราะมีการสูญเสียกำลังไฟฟ้าขณะรอการทำงาน
  5. หมั่นทำความสะอาดช่องระบายความร้อนตรงฝาครอบมอเตอร์ ไม่ให้มีคราบน้ำมันหรือ

ฝุ่นละออง เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของมอเตอร์ลดลง และสิ้นเปลืองกำลังไฟฟ้ามากขึ้น

          1.3 อุปกรณ์สำนักงาน

          คอมพิวเตอร์

  1. ยกเลิกการใช้งานระบบพักหน้าจอแบบอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์  เนื่องจากไม่เป็นการประหยัดพลังงาน ในเครื่อง
  2. ตั้งโปรแกรมควบคุมการใช้พลังงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Power Option)  ให้ปิดการทำงานของจอภาพ ซีพียู หรือฮาร์ดดิสก์  แบบอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน
  3.   ปิดสวิทซ์อุปกรณ์เสริม เช่น ลำโพง เครื่องปริ้นเตอร์ เครื่องแสกนเนอร์ ขณะยังไม่มีการใช้งาน
  4. สรุปรวบรวมข้อมูลให้เรียบร้อย และป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ในคราวเดียว เพื่อลดระยะเวลาในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์
  5. เลือกใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีจอภาพแบบ LCD  เป็นเครื่องใช้งานหลัก แทนเครื่องที่มีจอภาพแบบธรรมดาเนื่องจากกินไฟน้อยกว่า
  6. ถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ค ควรนำมาใช้งานเป็นเครื่องหลักแทนคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
  7. ในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ให้เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน (มีสัญลักษณ์  Energy Star)  เพราะใช้กำลังไฟลดลงร้อยละ 55  ในขณะที่รอทำงาน
  8. จอคอมพิวเตอร์ขนาด 17 นิ้ว จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากว่าจอขนาด 14 นิ้ว

ถึงร้อยละ 25 ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสม

          ปริ้นเตอร์

  1. ปิดสวิทช์ OF เครื่องทุกครั้ง ขณะยังไม่มีการใช้งาน โดยเฉพาะเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ เนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอการทำงานสูง (ประมาณ 60 วัตต์)
  2. เลือกใช้เครื่องปริ๊นเตอร์ที่อยู่ในระบบแลนเพื่อใช้งานร่วมกันภายในสำนักงานเพื่อลด จำนวนเครื่องที่ต้องเปิดใช้งาน
  3. ในการจัดซื้อ ให้เลือกปริ๊นเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน และเลือกความเร็วเครื่องให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งาน(เครื่องที่มีผู้ใช้หลายคน มีงานพิมพ์มาก ให้ใช้เครื่องที่ความเร็วสูง)

          เครื่องถ่ายเอกสาร

  1. ปิดและถอดปลั๊กเครื่องถ่ายเอกสารทันที่หลังเลิกงาน
  2. ติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา แต่ไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องปรับอากาศ เนื่องจากจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก 
  3. ในการจัดซื้อให้เลือกซื้อเครื่องถ่ายเอกสารที่มีระบบประหยัดพลังงานขณะรอการทำงาน จะช่วยประหยัดไฟได้มาก และควรเป็นเครื่องที่สามารถถ่ายได้ครั้งละ 2 หน้า

          แฟกซ์

  1. ปิดสวิทช์และถอดปลั๊กทุกครั้งหลังจากเลิกใช้งาน
  2. ในกรณีจำเป็นต้องเสียบใช้งานเครื่องแฟกซ์ทิ้งไว้ตลอดเวลา ให้เลือกใช้งานเครื่องที่กิน   กำลังไฟฟ้าต่ำ 

          เครื่องถ่ายเอกสาร

  1. ปิดและถอดปลั๊กเครื่องถ่ายเอกสารทันที่หลังเลิกงาน
  2. ติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา แต่ไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องปรับอากาศ เนื่องจากจะท าให้เครื่องปรับอากาศท างานหนัก
  3. ในการจัดซื้อให้เลือกซื้อเครื่องถ่ายเอกสารที่มีระบบประหยัดพลังงานขณะรอการท างาน

จะช่วยประหยัดไฟได้มาก และควรเป็นเครื่องที่สามารถถ่ายได้ครั้งละ 2 หน้า

          แฟกซ์

  1. ปิดสวิทช์และถอดปลั๊กทุกครั้งหลังจากเลิกใช้งาน
  2. ในกรณีจำเป็นต้องเสียบใช้งานเครื่องแฟกซ์ทิ้งไว้ตลอดเวลา ให้เลือกใช้งานเครื่องที่กิน กำลังไฟฟ้าต่ำ

          ตู้เย็น

  1. ตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 ซม. เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา
  2. ไม่เปิดตู้เย็นบ่อยๆหรือเปิดทิ้งไว้นานๆ  เนื่องจากทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น
  3. ตรวจสอบขอบยางประตูตู้เย็นอยู่เสมอ ไม่ให้เสื่อมสภาพ
  4. ละลายน้ำแข็งในตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ
  5. ไม่นำของร้อนหรืออุ่นเข้าแช่ในตู้เย็นทันที
  6. ตั้งอุณหภูมิตู้เย็นไม่ต่ำกว่า 3-6 องศา (หากตั้งเย็นกว่าที่กำหนด 1 องศา จะเปลืองไฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 25)

 

 

 

 

 

 

 

          กระติกน้ำร้อน

  1. ใช้กระติกน้ำร้อนร่วมกันภายในส านักงานหรือพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ตั้งกระติกน้ำร้อนไว้ในห้องปรับอากาศ
  2. กำหนดเวลาการใช้งานกระติกน้ำร้อนในช่วงเวลา 9.00 – 10.30 น. และ 13.00 - 14.30 น.
  3. ใส่น้ำให้พอเหมาะกับความต้องการใช้งานในแต่ละวัน
  4. ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีเสมอ
  5. ระวังอย่าให้น้ำแห้งหรือปล่อยให้ระดับน้ำต่ำกว่าขีดที่กำหนด เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้า

ลัดวงจรได้

  1. หมั่นทำความสะอาดคราบตะกอนภายในกระติก เพราะจำเป็นตัวต้านทานความร้อนใน

การต้มน้ำทำให้สูญเสียพลังงาน โดยเปล่าประโยชน์

  1. ถอดปลั๊กกระติกน้ำร้อนทุกครั้งหลังใช้งาน

มาตรการประหยัดพลังงานด้านน้ำมัน

วิธีการ/มาตรการ

  1. ใช้โทรศัพท์แทนการเดินทาง
  2. ใช้โทรสาร ไปรษณีย์ หรืออินเตอร์เน็ต แทนการส่งเอกสารด้วยตัวเอง
  3. โทรนัดล่วงหน้าก่อนการเดินทาง
  4.   ศึกษาแผนที่ในการเดินทางให้ดีก่อนออกเดินทาง
  5. ก าหนดเส้นทางและช่วงเวลาการเดินทางให้เหมาะสม
  6. ให้ใช้รถมอเตอร์ไซด์แทนการใช้รถยนต์กรณีการติดต่อราชการหรือทำงานในพื้นที่
  7. หมั่นศึกษาทางลัด จะประหยัดทั้งเวลาและน้ำมัน
  8. ใช้ระบบการใช้รถร่วมกัน ทางเดียวกันไปด้วยกัน (Car Pool)
  9. เดินทางใกล้ๆใช้จักรยานยนต์

10 .ตรวจสอบลมยางให้เหมาะสม ไม่อ่อนจนเกินไป

มาตรการด้านการประหยัดน้ำ

  1. ปิดน้ำทุกครั้งที่ไม่ใช้ เช่น ล้างมือ ล้างหน้าถูกสบู่ และชำระล้างอื่น ๆ
  2. ดูแลก๊อกน้ำและอุปกรณ์ใช้น้ำให้ปิดสนิทอยู่เสมอ
  3. เปลี่ยนก๊อกน้ำเป็นชนิดกดเปิด-ปิดอัตโนมัติ
  4. ตรวจดูแลอุปกรณ์ใช้น้ำ ท่อน้ำ อย่างสม่ำเสมอและแจ้งซ่อมแซมทันทีเมื่อชำรุด
  5. รวบรวมจาน ชาม ถ้วยกาแฟ แก้วน้ำ เพื่อล้างครั้งละมาก ๆ
  6. ใช้ภาชนะรองน้ำแทนการเปิดน้ำโดยตรงจากก๊อกน้ า
  7. เลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดน้ำ เช่น ชักโครกที่ใช้น้ำครั้งละ 5-6 ลิตร
  8. รินน้ำดื่มเท่าที่ต้องการดื่ม และดื่มให้หมด

ลิงค์ภายนอก