04/10/2566 ::
ประชาสัมพันธ์ นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ประชาสัมพันธ์ นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ประชาสัมพันธ์ จาก กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง นโยบาย และแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
เทศบาลตำบลท่าวังตาลนำโดยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในองค์กร ได้มีนโยบายที่จะเริ่มบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มจากการจัดกิจกรรมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร กล่าวคือเป็นวิธีการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมขององค์กร และการคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างต่อเนื่องและมีทิศทาง ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนด นโยบายแนวการส่งเสริมกิจกรรม ดังต่อไปนี้
- ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า
- กิจกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด
- กิจกรรมการจัดการขยะและของเสีย
- ส่งเสริมการสร้างความตะหนักรู้และความเข้าใจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ด้วยการจัดฝึกอบรม การแบ่งปันความรู้ หรือการจัดกิจกรรมรณรงค์ การเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ มีดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
- กิจกรรมการเพิ่มพื้นที่การดูดซับก๊าซเรือนกระจก
- สนับสนุนกิจกรรมการเกษตรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ขอความร่วมมือกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม
- เปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากสภาวะเรือนกระจก เป้าหมาย ภายใน 5 ปี (2564-2568)
- มีกิจกรรมที่สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้อย่างน้อย 100 ตันต่อปี
- สมัครเข้าร่วมโครงการ “การส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”
แผนงาน/โครงการ 1 : การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด
มาตรการในการดำเนินโครงการ : ดำเนินการต่อเนื่อง
- มาตรการประหยัดด้านไฟฟ้า
1.1 ระบบแสงสว่าง
หลอดไฟฟ้า
- ปิดหลอดไฟฟ้าในช่วงเวลาพักกลางวัน และขณะไม่ได้ใช้งาน (การเปิดทิ้งไว้กินไฟและทำให้แอร์ไม่เย็น)
- ติดตั้งไฟเฉพาะจุดที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการทำงาน แทนการเปิดไฟทั้งห้อง
- แยกสวิทช์ไฟฟ้าภายในอาคารออกจากกัน เพื่อสามารถเลือก เปิด-ปิด ได้เฉพาะจุด
- ถอดหลอดไฟฟ้าที่เสียหรือเสื่อมสภาพออกจากขั้ว เนื่องจากกินไฟแต่ไม่ให้แสงสว่าง
- ปิดหรือถอดหลอดไฟฟ้าในตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานออกตามความเหมาะสม
- ปรับย้ายตำแหน่งโต๊ะทำงานให้สามารถรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่
- เปิดหน้าต่าง ผ้าม่าน เพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติขณะด างานตามความเหมาะสม
- ติดตั้งชุดตัดไฟด้วยแสงอัตโนมัติสำหรับหลอดไฟที่ใช้งานในเวลากลางคืน
เปิดไฟไว้ทั้งคืน
- เลือกหลอดไฟฟ้ากำลังวัตต์ต่ำ เช่น หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ สำหรับบริเวณที่ต้อง
- บำรุงรักษาทำความสะอาดและตรวจสอบการท างานของอุปกรณ์แสงสว่างสม่ำเสมอ
ทุก ๆ 3 – 6 เดือน
1.2 ระบบปรับอากาศ
เครื่องปรับอากาศ
- ให้แต่ละส่วนเปิดเครื่องปรับอากาศในเวลา 10.00 น. และปิด เวลา 16.00 น.
- หากสภาพอากาศไม่ร้อนในฤดูฝนและฤดูหนาวให้แต่ละส่วนพิจารณาไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ
- งดการใช้งานเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาพักกลางวัน
- ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 25 องศาขึ้นไป(ถ้าปรับเป็น 26 -28 องศา จะประหยัดไฟเพิ่มขึ้นอีก 10 -20 %
- ใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนหรือใช้งานร่วมกับเครื่องปรับอากาศ โดยเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้นจากเดิม จะยังคงความเย็นแต่สูญเสียกำลังไฟฟ้าน้อยลง
- ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศภายในเครื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ลด
การใช้ พลังงานไฟฟ้าลงได้ 5 -7 % และล้างเครื่องทำความเย็นทุก 6 เดือน
- หลีกเลี่ยงการใช้งานห้องประชุมปรับอากาศ ในช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อน
- ตรวจสอบรอยรั่วในห้องปรับอากาศ และปิดประตูให้สนิททุกครั้งที่ใช้งาน
- ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนภายในห้องปรับอากาศ เช่น กระติกน้ำร้อน เครื่องถ่ายเอกสารฯ
10.เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง ตำแหน่งติดตั้งสูงไม่เกิน 2 เมตร
- ไม่ปลูกต้นไม้หรือตากผ้าเปียกภายในห้องปรับอากาศ เพราะความชื้นจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากขึ้น
พัดลม
- ใช้งานพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ ในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อน
- ปิดพัดลมทันที่ในตำแหน่งที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่
- เปิดใช้งานพัดลมดูดอากาศเมื่อต้องการอากาศถ่ายเทเท่านั้น และปิดช่องดูดอากาศให้สนิทหากไม่มีการใช้งาน
- ไม่เสียบปลั๊กพัดลมที่มีระบบรีโมทคอนโทรลทิ้งไว้ เพราะมีการสูญเสียกำลังไฟฟ้าขณะรอการทำงาน
- หมั่นทำความสะอาดช่องระบายความร้อนตรงฝาครอบมอเตอร์ ไม่ให้มีคราบน้ำมันหรือ
ฝุ่นละออง เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของมอเตอร์ลดลง และสิ้นเปลืองกำลังไฟฟ้ามากขึ้น
1.3 อุปกรณ์สำนักงาน
คอมพิวเตอร์
- ยกเลิกการใช้งานระบบพักหน้าจอแบบอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์ เนื่องจากไม่เป็นการประหยัดพลังงาน ในเครื่อง
- ตั้งโปรแกรมควบคุมการใช้พลังงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Power Option) ให้ปิดการทำงานของจอภาพ ซีพียู หรือฮาร์ดดิสก์ แบบอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน
- ปิดสวิทซ์อุปกรณ์เสริม เช่น ลำโพง เครื่องปริ้นเตอร์ เครื่องแสกนเนอร์ ขณะยังไม่มีการใช้งาน
- สรุปรวบรวมข้อมูลให้เรียบร้อย และป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ในคราวเดียว เพื่อลดระยะเวลาในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์
- เลือกใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีจอภาพแบบ LCD เป็นเครื่องใช้งานหลัก แทนเครื่องที่มีจอภาพแบบธรรมดาเนื่องจากกินไฟน้อยกว่า
- ถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ค ควรนำมาใช้งานเป็นเครื่องหลักแทนคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
- ในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ให้เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน (มีสัญลักษณ์ Energy Star) เพราะใช้กำลังไฟลดลงร้อยละ 55 ในขณะที่รอทำงาน
- จอคอมพิวเตอร์ขนาด 17 นิ้ว จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากว่าจอขนาด 14 นิ้ว
ถึงร้อยละ 25 ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสม
ปริ้นเตอร์
- ปิดสวิทช์ OF เครื่องทุกครั้ง ขณะยังไม่มีการใช้งาน โดยเฉพาะเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ เนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าขณะรอการทำงานสูง (ประมาณ 60 วัตต์)
- เลือกใช้เครื่องปริ๊นเตอร์ที่อยู่ในระบบแลนเพื่อใช้งานร่วมกันภายในสำนักงานเพื่อลด จำนวนเครื่องที่ต้องเปิดใช้งาน
- ในการจัดซื้อ ให้เลือกปริ๊นเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน และเลือกความเร็วเครื่องให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งาน(เครื่องที่มีผู้ใช้หลายคน มีงานพิมพ์มาก ให้ใช้เครื่องที่ความเร็วสูง)
เครื่องถ่ายเอกสาร
- ปิดและถอดปลั๊กเครื่องถ่ายเอกสารทันที่หลังเลิกงาน
- ติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา แต่ไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องปรับอากาศ เนื่องจากจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก
- ในการจัดซื้อให้เลือกซื้อเครื่องถ่ายเอกสารที่มีระบบประหยัดพลังงานขณะรอการทำงาน จะช่วยประหยัดไฟได้มาก และควรเป็นเครื่องที่สามารถถ่ายได้ครั้งละ 2 หน้า
แฟกซ์
- ปิดสวิทช์และถอดปลั๊กทุกครั้งหลังจากเลิกใช้งาน
- ในกรณีจำเป็นต้องเสียบใช้งานเครื่องแฟกซ์ทิ้งไว้ตลอดเวลา ให้เลือกใช้งานเครื่องที่กิน กำลังไฟฟ้าต่ำ
เครื่องถ่ายเอกสาร
- ปิดและถอดปลั๊กเครื่องถ่ายเอกสารทันที่หลังเลิกงาน
- ติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา แต่ไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องปรับอากาศ เนื่องจากจะท าให้เครื่องปรับอากาศท างานหนัก
- ในการจัดซื้อให้เลือกซื้อเครื่องถ่ายเอกสารที่มีระบบประหยัดพลังงานขณะรอการท างาน
จะช่วยประหยัดไฟได้มาก และควรเป็นเครื่องที่สามารถถ่ายได้ครั้งละ 2 หน้า
แฟกซ์
- ปิดสวิทช์และถอดปลั๊กทุกครั้งหลังจากเลิกใช้งาน
- ในกรณีจำเป็นต้องเสียบใช้งานเครื่องแฟกซ์ทิ้งไว้ตลอดเวลา ให้เลือกใช้งานเครื่องที่กิน กำลังไฟฟ้าต่ำ
ตู้เย็น
- ตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 ซม. เพื่อกระจายความร้อนที่ปล่อยออกมา
- ไม่เปิดตู้เย็นบ่อยๆหรือเปิดทิ้งไว้นานๆ เนื่องจากทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น
- ตรวจสอบขอบยางประตูตู้เย็นอยู่เสมอ ไม่ให้เสื่อมสภาพ
- ละลายน้ำแข็งในตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ
- ไม่นำของร้อนหรืออุ่นเข้าแช่ในตู้เย็นทันที
- ตั้งอุณหภูมิตู้เย็นไม่ต่ำกว่า 3-6 องศา (หากตั้งเย็นกว่าที่กำหนด 1 องศา จะเปลืองไฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 25)
กระติกน้ำร้อน
- ใช้กระติกน้ำร้อนร่วมกันภายในส านักงานหรือพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ตั้งกระติกน้ำร้อนไว้ในห้องปรับอากาศ
- กำหนดเวลาการใช้งานกระติกน้ำร้อนในช่วงเวลา 9.00 – 10.30 น. และ 13.00 - 14.30 น.
- ใส่น้ำให้พอเหมาะกับความต้องการใช้งานในแต่ละวัน
- ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีเสมอ
- ระวังอย่าให้น้ำแห้งหรือปล่อยให้ระดับน้ำต่ำกว่าขีดที่กำหนด เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้า
ลัดวงจรได้
- หมั่นทำความสะอาดคราบตะกอนภายในกระติก เพราะจำเป็นตัวต้านทานความร้อนใน
การต้มน้ำทำให้สูญเสียพลังงาน โดยเปล่าประโยชน์
- ถอดปลั๊กกระติกน้ำร้อนทุกครั้งหลังใช้งาน
มาตรการประหยัดพลังงานด้านน้ำมัน
วิธีการ/มาตรการ
- ใช้โทรศัพท์แทนการเดินทาง
- ใช้โทรสาร ไปรษณีย์ หรืออินเตอร์เน็ต แทนการส่งเอกสารด้วยตัวเอง
- โทรนัดล่วงหน้าก่อนการเดินทาง
- ศึกษาแผนที่ในการเดินทางให้ดีก่อนออกเดินทาง
- ก าหนดเส้นทางและช่วงเวลาการเดินทางให้เหมาะสม
- ให้ใช้รถมอเตอร์ไซด์แทนการใช้รถยนต์กรณีการติดต่อราชการหรือทำงานในพื้นที่
- หมั่นศึกษาทางลัด จะประหยัดทั้งเวลาและน้ำมัน
- ใช้ระบบการใช้รถร่วมกัน ทางเดียวกันไปด้วยกัน (Car Pool)
- เดินทางใกล้ๆใช้จักรยานยนต์
10 .ตรวจสอบลมยางให้เหมาะสม ไม่อ่อนจนเกินไป
มาตรการด้านการประหยัดน้ำ
- ปิดน้ำทุกครั้งที่ไม่ใช้ เช่น ล้างมือ ล้างหน้าถูกสบู่ และชำระล้างอื่น ๆ
- ดูแลก๊อกน้ำและอุปกรณ์ใช้น้ำให้ปิดสนิทอยู่เสมอ
- เปลี่ยนก๊อกน้ำเป็นชนิดกดเปิด-ปิดอัตโนมัติ
- ตรวจดูแลอุปกรณ์ใช้น้ำ ท่อน้ำ อย่างสม่ำเสมอและแจ้งซ่อมแซมทันทีเมื่อชำรุด
- รวบรวมจาน ชาม ถ้วยกาแฟ แก้วน้ำ เพื่อล้างครั้งละมาก ๆ
- ใช้ภาชนะรองน้ำแทนการเปิดน้ำโดยตรงจากก๊อกน้ า
- เลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดน้ำ เช่น ชักโครกที่ใช้น้ำครั้งละ 5-6 ลิตร
- รินน้ำดื่มเท่าที่ต้องการดื่ม และดื่มให้หมด